ประวัติเทพไดโอนิซุส

 เทพไดโอนิซุส(DIONYSUS)

        ไดโอนิซุส หรือแบคคัสในภาษาโรมัน พระองค์เป็นเทพแห่งสุราเมรัย ไดโอนิซุสเป็นเทพองค์สุดท้ายที่ได้ขึ้นไปบนเขาโอลิมปัส พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นเทพที่นิสันคล้ายครึงมนุษย์มากที่สุด เทพไดโอนิซุสเป็นลูกของมหาเทพซุสกับนางเซมิลีหญิงสาวชาวมนุษย์  

        ในตอนที่นางเซมิลีตั้งครรภ์ก็โดนเทพีเฮร่าตามรังคว้าน เพราะเทพซุสรักหลงนางเซมิลีมากจนทำให้เทพีเฮร่าอิจฉา และได้สัญญากับนางเซมิลีว่าหากนางต้องการอะไรก็จะหามาให้ทั้งหมด ถึงขนาดที่ไปสาบานต่อหน้าแม่น้ำสติกซ์ ด้วยเหตุนี้เองเทพีเฮร่าก็ใช้โอกาสนี้ในการกำจัดนางเซมิลี โดนการที่ไปพูดปั่นหัวนางเซมิลีว่า ไม่อยากเห็นหน้าสามีของตนในร่างเทพหรือ นางเซมิลีเองก็ได้คล้อยตามคำพูดของเทพีเฮร่า

        เมื่อนางได้อยู่กับเทพซุสตามลำพัง นางก็ได้เอ่ยปากขอดูร่างเทพของสวามีของตน เทพซุสลำบากใจมากกับคำขอครั้งนี้ของนาง เพราะหากมีมนุษย์คนไหนได้เห็นทางเทพของซุสก็จะมีอันเป็นไป เพราะรัศมีรอบตัวของพระองค์นั้นสว่างจ้ามากจนมนุษย์ไม่สามารถมองได้

        ซุสจำเป็นต้องทำตามคำขอของนางเพราะตนได้ไปสามารถกับแม่น้ำสติกซ์ไว้แล้ว ไม่สามารถคืนคำพูดได้ เมื่อซุสได้เปิดเผยร่างจริงของตนให้นางเซมิลีดู ก็เป็นไปตามคาดนางเซมิลีได้เสียชีวิตลง ซุสก็ได้นำไดโอนิซุสออกจากท้องของมารดา

        แต่ก็ใช้ว่าเทพีเฮร่าจะหยุดแค่นั้น พระนางได้สั่งให้เหล่าไทแแทนบางส่วนไปจับไดโอนิซุสน้อยมา แล้วทำการฉีกแขนขาออกจากกันแล้วกินเข้าไป เมื่อเทพซุสมาเห็นก็ได้เห็นแค่แขนขาบางส่วนของลูกตน แล้วเทพีอธีน่าได้เก็บหัวใจไว้ แล้วนำไปให้พระแม่รีอาชุบชีวิต

        ไดโอนิซุสได้เติบใหญ่เป็นเด็กร่าเริง ซุกซน มีวันหนึ่งเขาได้ทำการทดลองกับองุ่น จนทำให้เกิดเป็นไวน์ กลิ่นของมันหอมหวาน มีรสชาติที่แปลกออกไป จนทำให้เขาเมา จนคนคิดว่าเขาเป็นบ้า ไดโอนืซุสไม่รู้ว่าอาการของตนคืออะไร จึงได้ไปหาเทพีพยากรณ์ดู แต่ดันโดนกล่าวโทษกลับมา ทำให้ไดโอนิซุสโมโหมาก

            เทพไดโอนิซุสได้ทำการแจกจ่ายไวน์และการทำไวน์ในดินแดนมนุษย์ ในระหว่างที่ไดโอนิซุสเดินทางไปเผยแผ่ความรู้ ก็ได้มีมนุษย์ และเทพติดตามขบวนไปด้วยสภาพที่เมามาย และหญิงสาวที่ดื่มจนเมา ได้เต้นระบำไปตามขบวนจนกลายเป็นภาพที่ดูไม่ดี จนนางทั้งหลายมีชื่อใหม่ว่า แบคแคนทีส

        เมื่อไดโอนิซุสได้เดินทางไปเผยแผร่วิธีทำไวน์ที่เมืองเธรส แต่ก็ได้การต้อนรับที่ไม่สมเกียรติก็ทำให้พระองค์โมโหมาก จึงสาปให้เจ้าเมืองนั้นกลายเป็นคนบ้า และเมืองแห้งแล้ง ประชาชนอดอยาก

        แต่ก็ใช้ว่าเทพไดโอนิซัสจะเป็นที่ยอมรับอยู่เสมอไปเนื่องจากใช้ความมึนเมาในการล่อลวงคนให้ศรัทธามากกว่า

        ด้านความรักพระองค์หลงรักนางอารีแอดนี หญิงสาวที่ถูกธีสซีอัสทิ้งไว้ที่เกาะร้าง หลังจากเดินทางไปปราบมิเนอร์ทอ เทพไดโอนิซุสได้บังเอิญมาเห็นเข้าจึงตกหลุมรักนาง และช่วยนางออกมาก แต่ก็ไม่ทันได้สมหวังนางก็ดันตายก่อน

        ไดโอนิซุสกับการช่วยเหลือมารดา

        ว่ากันว่าต้นองุ่นเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้านก็จะฟันต้นองุ่นทิ้ง ซึ่งก็เหมือนกับว่าการสิ้นชีวิตของเทพไดโอนิซุส เมื่อไดโอนิซุสไปถึงปรโลกก็ได้เจอกับมารดาของตน จึงได้เอ่ยปากขอเทพเฮดีสพามารดากลับไปอยู่บนโลกอีกครั้้ง แต่เทพเอดีสไม่ยอม ต้องมีขอเสนอที่ดีพอ ไดโอนิซุสก็กล่าวว่าตนเป็นเทพที่ไม่มีวันตาย เทพเฮดีสที่หาเหตุผลไปแย่งไม่ได้จึงจำเป็นต้องปล่อนนางเซมิลีไป นางเซมิลีก็กลายเป็นมนุษย์ที่เป็นอมตะในหมู่เทพ

        


อ้างอิงจาก

หนังสือเทพเจ้ากรีก






ความคิดเห็น